ตกลง
  • ความเป็นมา
    ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน
  •     กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นสมควรยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทรงภูมิปัญญาด้านการเกษตรในสาขาต่างๆ ซึ่งเป็นผู้มีคุณความดี มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์สมควรเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ให้ได้รับการดูแลด้านสวัสดิการและสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ประสบการณ์และความสามารถสู่สังคม

    ปราชญ์ของแผ่นดินมี 4 สาขา
    1.ปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย
    2.ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง
    3.ปราชญ์เกษตรดีเด่น
    4.ปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย 


ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน
Philosopher of Sufficiency Economy
  • นายสุทัศน์ รอดคลองตัน
  • นายสุทัศน์ รอดคลองตัน
    ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2563
    นายสุทัศน์ รอดคลองตันมีประสบการณ์ในการทำการเกษตร และดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นระยะเวลา 48 ปี สามารถเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นได้กว่า 24 ปี นายสุทัศน์ใช้ชีวิตแบบพอเพียง พอดี พอประมาณ ไม่มีหนี้สิน ทำการเกษตรแบบพอเพียงตามวิถีชาวบ้าน ใช้แรงงานจากสมาชิกในครอบครัว รู้จักคิดวิเคราะห์ หาเหตุผล หาสาเหตุ เพื่อแก้ปัญหา โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากร ที่มีอยู่ในชุมชน ศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้ และทดลองปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา ลดการใช้สารเคมี ปรับรูปแบบการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรผสมผสาน ทำให้ลดต้นทุนการผลิต สามารถพึ่งพาตนเอง จนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชุมชนนอกจากนี้ยังอาสาช่วยเหลือทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและสังคม โดยสมัครใจและไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นแกนนำในการจัดตั้งกลุ่มต่าง ๆ ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการติดต่อประสานงานกับเกษตรกร เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรในภาพรวม รวมถึงเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ โดยสอนด้วยวิธีลงมือปฏิบัติให้เห็นผลอย่างแท้จริง และอาศัยทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน สำหรับกิจกรรมทางการเกษตรในพื้นที่ ประกอบด้วย การทำนา การทำสวนไม้ผล (มะม่วง มะพร้าว อินทผาลัม เป็นต้น) การปลูกพืชผักสวนครัว การเลี้ยงปลา (ปลาหมอ ปลานิล ปลาตะเพียน และปลาสลิด) การเลี้ยงกบ การเลี้ยงกุ้งขาว การเลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงแพะเนื้อ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การผลิตปุ๋ยหมักน้ำ การผลิตน้ำหมักชีวภาพ การเผาถ่าน การผลิตน้ำส้มควันไม้ การผลิตแก๊สชีวภาพใช้ในครัวเรือน และการประดิษฐ์เครื่องมือภาคการเกษตรใช้เอง อาทิเช่น เครื่องคัดและนับมะนาว เครื่องคัดแยกข้าวกล้องเครื่องขอดเกล็ดปลา เป็นต้น
  • นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์
    ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ปี 2563
    นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ อดีตเป็นพนักงานบริษัทเอกชน โดยทำกิจกรรมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันตั้งแต่เป็นพนักงานตรวจงานจนถึงผู้จัดการสวน และมีแนวคิดที่จะพัฒนาสภาพสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่ของตนเองที่บิดาและมารดาได้มอบให้ จำนวน 50 ไร่ จึงเริ่มต้นจากการเอาเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมจากประเทศมาเลเซียมาเพาะด้วยตนเอง จำนวน 2,000 เม็ด ด้วยความเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้าจึงได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการสวนปาล์มน้ำมัน ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ การปฏิบัติดูแลรักษาสวน ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวมาปรับใช้จนประสบความสำเร็จ สามารถขยายพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของตนเองเป็นจำนวน250 ไร่นอกจากนี้ยังเป็นต้นแบบในการประกอบอาชีพเสริมในสวนปาล์ม เช่น เลี้ยงแพะ เพาะเห็ด ปลูกดอกดาวเรืองเป็นต้น พัฒนาพื้นที่ของตนเองเป็นศูนย์การเรียนรู้ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในการผลิตปาล์มน้ำมันแบบครบวงจรส่งเสริมการรวมกลุ่มผู้ปลูกปาล์มน้ำมันและใช้ระบบการบริหารจัดการแบบเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มีการควบคุมคุณภาพผลผลิตปาล์มน้ำมันโดยกำหนดเป็นกฎระเบียบชัดเจน รวมทั้งติดตามตรวจสอบ ดูแลแปลงของสมาชิกอย่างสม่ำเสมอ
  • นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์
  • นายปรีชา ศิริ
  • นายปรีชา ศิริ
    ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย ปี 2563
    นายปรีชา ศิริ เกิดในครอบครัวชนเผ่าปกาเกอะญอ มีประสบการณ์ในการทำงานภาคเกษตรและดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นระยะเวลา 40 ปี ด้วยการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง พึ่งพาตนเอง ไม่ก่อภาระหนี้สิน ไม่ยึดติดกับวัตถุนิยม อยู่กินแบบวิถีดั้งเดิม เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีการปลูกฝังลูกหลานให้มีจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์จารีตประเพณีแบบดั้งเดิมหมั่นศึกษาหาความรู้ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองและชุมชน โดยทำงานและหน้าที่ของตนเองอย่างสุดความสามารถ หนักเอาเบาสู้ ไม่เกี่ยงงานหนัก มีน้ำใจ แบ่งปัน ช่วยเหลือผู้อื่นทุกอย่างเท่าที่ตนเองทำได้ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ดำเนินชีวิตบนทางสายกลางตามหลักพุทธศาสนา จนสามารถเป็นตัวอย่าง และสามารถถ่ายทอดให้กับสมาชิกในชุมชน รวมถึงมีการรวมกลุ่มให้สมาชิกในชุมชนร่วมกันคิดร่วมสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชน โดยทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และฝ่ายต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาชุมชนของตนเอง กิจกรรมทางการเกษตรในพื้นที่ ประกอบด้วย การทำนา การปลูกชาอัสสัม (ชาเมี่ยง) การปลูกกาแฟ การปลูกพลับ การปลูกไม้ผล การปลูกพืชผักสวนครัว การปลูกสมุนไพร การเลี้ยงไก่ (ไก่ดำ) การเลี้ยงหมู (หมูเหมยซาน) การเลี้ยงปลา(ปลาดุก และปลานิล) การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การแปรรูปผลผลิต ทางการเกษตร และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์